Thursday, December 20, 2012

เบรนนี่ กิฟฟารีน ประโยชน์ของสารอาหารสำหรับเด็ก

เบรนนี่ กิฟฟารีน brainie giffarine
กิฟฟารีน เบรนนี่ ช็อกโกแลต
Giffarine Brainie Chocolate

กิฟฟารีน เบรนนี่ ช็อคโกแลต brainie chocolate giffarine

ธัญญาหารชนิดเม็ด ผสม ดีเอชเอ และแครอท รสช๊อกโกแลต มอลท์ ตรากิฟฟารีน

ส่วนประกอบสำคัญ : เมล็ดธัญพืช ช๊อกโกแลต มอลท์ ดีเอชเอผง และแครอท

วิธีรับประทาน : เคี้ยวครั้งละ 1 เม็ด

ฆอ. 3149/2553

ขนาด 100 เม็ด
(ราคาปกติ 130 บาท)


กิฟฟารีน เบรนนี่ กลิ่นข้าวโพด

Giffarine Brainie

กิฟฟารีน เบรนนี่ กลิ่นข้าวโพด brainie giffarine

ธัญญาหารชนิดเม็ด ผสม ดีเอชเอ และแครอท กลิ่นข้าวโพด ตรากิฟฟารีน

ส่วนประกอบสำคัญ : เกล็ดธัญพืช ดีเอชเอผง และแครอทผง

วิธีรับประทาน : เคี้ยวครั้งละ 1 เม็ด

ฆอ. 3149/2553

ขนาด 100 เม็ด
(ราคาปกติ 130 บาท)


กิฟฟารีน เบรนนี่ giffarine brainie




ประโยชน์ของสารอาหารสำหรับเด็กที่น่ารู้

เช่น กรด ดี เอช เอ, ธัญพืช และ เบต้า แคโรทีน
กรด ดี เอช เอ ( DHA, โดโคซาเฮกซาอีโนอิก ( Docosahexaenoic acid ) แหล่งของ ดี เอช เอ คือ น้ำมันปลา DHA กำลังเป็นที่ให้ความสนใจอย่างมากในด้านบำรุงสมอง

ธัญพืช เป็นแหล่งของโปรตีน และใยอาหาร โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงรักษาเซลล์ทุกชนิดของ ร่างกาย ใยอาหาร ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ หากไม่ได้รับประทานอาหารที่มีกากใยแล้วจะมีปัญหาเรื่องท้องผูกตามมา ซึ่งหากปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรังก็จะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ

เบต้า แคโรทีน พบมากในแครอท เบต้า แคโรทีน นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ในภาวะที่ร่างกายขาดวิตามินเอ เบต้า แคโรทีน ยังสามารถที่จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย จึงป้องกันโรคได้หลายชนิดที่เกิดจากการขาดวิตามินเอ เช่น โรคตาฟางในเวลากลางคืน เติบโตช้า ผิวหนังแห้งกร้าน จึงแก้ปัญหาเรื่องเด็กได้รับสารอาหารต่าง ๆ ไม่พอเพียง เป็นอาหารสมองของลูกรัก ในรูปแบบขนมที่มีประโยชน์อร่อย รับประทานได้ง่าย

ความฉลาดทางสติปัญญา หรือ ไอคิว ( INTELLIGENCE QUOTIENT) เป็นการวัดความสามารถทางคิดวิเคราะห์ ความสามารถทางวิชาการ วัดความจำ การอ่านเขียน คำนวณแต่ไม่ได้วัดด้านอื่น ๆ เช่น ความคิดสร้างสรรค์, ทักษะต่าง ๆ ด้านการทำงาน,ทักษะชีวิตประจำวัน ฯลฯ วัดได้จากอายุสมองเทียบกับอายุจริง ปกติควรอยู่ที่ 90-110 ( อ้างอิงที่ 1 ) ไอคิวของเด็กนั้น ขึ้นกับปัจจัยสำคัญ 3 ประการ หรือ เรียกกันย่อ ๆ ว่า 3 N คือ

1. Nature : ได้แก่ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม กล่าวคือพ่อแม่ฉลาด ลูกก็จะมีพื้นฐานที่ดีในเรื่องระดับสติปัญญา
2. Nurture : ได้แก่ การเลี้ยงดู ซึ่งหมายถึงสิ่งแวดล้อม การกระตุ้นต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาระดับสติปัญญา ( อ้างอิงที่ 2 )
3. Nutrition : ได้แก่ โภชนาการ หรือ อาหาร

เมื่อมาพิจารณาในปัจจัยเรื่อง Nutrition หรือ โภชนาการ แล้ว หากเจาะลึกเข้าไปถึงสารอาหารที่เกี่ยวกับการพัฒนาและการทำงานของสมองแล้ว เรามีชื่อเรียกเฉพาะกันว่า Neuronutrients ( นิวโรนิวเทรียน์ ) ตัวอย่างของ Neuronutrients ได้แก่อาหารประเภท โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ

เรามาทำความรู้จักกับ Neuronutrients บางตัวกันเถอะว่า เขาทำงานอย่างไร จึงไปช่วยเสริมสร้างและให้พลังงานแก่สมองของเรา

1. โปรตีน โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงรักษาเซลล์ทุกชนิดของ ร่างกาย ซึ่งหมายความรวมถึงเซลประสาทด้วย โปรตีน เกิดจากหน่วยเล็กที่เรียกว่า กรดอะมิโนมาเรียงต่อกัน เมื่อเรารับประทานโปรตีนเข้าไป ร่างกายก็จะย่อยโปรตีนนั้นกลับมาเป็นกรดอะมิโน เพื่อให้เซลต่างๆดูดซึมไปใช้ แหล่งของโปรตีนคือ เนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง

2. ไขมัน เนื้อสมองประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่เป็นไขมัน ซึ่งไขมันนั้น ก็เกิดจากกรดไขมันนั่นเอง หนึ่งในกรดไขมันที่มีหลายๆงานวิจัยสนับสนุนว่า มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองในหลายๆด้าน คือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก ( Docosahexaenoic acid ) หรือเป็นที่เรียกกันติดปากว่า DHA นั่นเอง แหล่งของ ดี เอช เอ คือ น้ำมันปลา สาหร่ายทะเล ( อ้างอิงที่ 3 - 7 )

3. คาร์โบไฮเดรต ร่างกายจะย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตเป็นหน่วยย่อยที่เรียกว่ากลูโคส ซึ่งเจ้ากลูโคสนี่เองที่เป็นแหล่งพลังงานให้แก่สมอง และเซลประสาทต่างๆ พลังงานนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อการส่งสัญญาณไฟฟ้าชีวภาพ ( bioelectric ) ไปยังระบบประสาท รวมถึงจำเป็นต่อการใช้ในการซ่อมแซมประสาทที่สึกหรอด้วย กลูโคสได้จากคาร์โบไฮเดรตประเภท แป้ง และ น้ำตาล

นอกจาก Neuronutrients แล้ว สารอาหารอื่นๆที่จำเป็นต่อเด็กก็ยังมีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นวิตามิน เกลือแร่ต่าง ๆ ใยอาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แหล่งของสารอาหารเหล่านี้มักจะอยู่ใน ผัก และ ผลไม้ ซึ่งผู้ปกครองหลาย ๆ คนมักประสบปัญหาที่ว่า เด็ก ๆ มักจะบ่ายเบี่ยงและไม่ค่อยรับประทานกัน ทั้ง ๆ ที่สารอาหารเหล่านี้ ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี เช่น

- ใยอาหาร ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ หากไม่ได้รับประทานอาหารที่มีกากใยแล้ว จะมีปัญหาเรื่องท้องผูกตามมา ซึ่งหากปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรังก็จะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ

- เบต้า แคโรทีน พบมากในแครอท เบต้า แคโรทีน จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย หากขาดวิตามินเอแล้ว จะเป็นโรคตาฟางในเวลากลางคืน เติบโตช้า ผิวหนังแห้งกร้าน

ปัญหาดังกล่าว ผู้ปกครองได้ทำการปรับเปลี่ยนเทคนิค เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สารอาหารโดยที่เด็ก ๆ ไม่ปฏิเสธ โดยเปลี่ยนรูปอาหารให้เป็นที่น่าสนใจและชื่นชอบของเด็ก ๆ เช่น เป็นน้ำผัก ผลไม้ หรือเป็นขนมเม็ดเคี้ยว ที่มีคุณค่าอาหารดังกล่าวอยู่ภายใน โดยเฉพาะขนมนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของที่คู่กับเด็กเลยก็ว่าได้ หากมี อาหารที่มีคุณค่าที่อยู่ในรูปขนมที่อร่อย รับประทานง่ายแล้ว เด็ก ๆ ก็ยากที่จะปฏิเสธ และจะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเด็กบางคนที่ปฏิเสธผักและผลไม้โดยสิ้นเชิง

No comments:

Post a Comment

Popular Posts